สำหรับผู้ประกอบการ
คิดจะเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ: กฎหมาย ใบอนุญาต และสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนลงทุน
โดยทีมบรรณาธิการ ThaiCareHub · อัปเดต 1 พฤศจิกายน 2569 · 6 นาที

บทความนี้สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้างคืน เราสรุปสิ่งที่ค้นพบจากข่าวและบทความของสำนักงานกฎหมาย โดยแยกสิ่งที่ยืนยันได้ออกจากสิ่งที่ยังไม่ยืนยัน
กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ พ.ศ. 2563 (ประกาศราชกิจจานุเบกษา 31 กรกฎาคม 2563) กำกับโดย สบส.
- กฎกระทรวงว่าด้วยผู้ให้บริการ มีผล 27 มกราคม 2564 ผู้ให้บริการต้องขึ้นทะเบียนกับ สบส. ก่อนปฏิบัติงาน
- พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 หากมีการรักษาพยาบาลหรือหัตถการ หรือจะรับผู้ป่วยจิตเวช
- กฎหมายอื่นที่ต้องตรวจแยก เช่น การควบคุมอาคาร ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการจดทะเบียนนิติบุคคล เราไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้ในการค้นรอบนี้
กฎหมายกำหนดโทษสำหรับการฝ่าฝืน เช่น จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาทตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ตามข่าวเดือนตุลาคม 2569) ศูนย์ที่ให้การรักษาโดยไม่มีใบอนุญาตสถานพยาบาลเสี่ยงโทษที่หนักกว่า
สิ่งที่ยืนยันได้จากแหล่งที่อ่าน
- ต้องมีใบอนุญาตก่อนเปิด สำหรับรายใหม่
- ผู้ดำเนินการ ต้องผ่านการอบรม สอบ และได้รับใบอนุญาตจาก สบส.
- มาตรฐานสามด้าน คือ สถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ เช่น ทางเดินและประตูกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ราวจับและปุ่มฉุกเฉินในห้องน้ำ ถังดับเพลิงอย่างน้อย 1 ถังต่อชั้น และเครื่อง AED อย่างน้อย 1 เครื่อง
- ไม่ให้การรักษา ศูนย์ที่ไม่ใช่สถานพยาบาลต้องไม่ทำหัตถการ และต้องมีระบบส่งต่อ
สิ่งที่ยังยืนยันไม่ได้ ห้ามเดา
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและอายุใบอนุญาต แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขขัดกัน
- ขั้นตอนและระยะเวลาขอใบอนุญาตใหม่
- อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุและจำนวนพยาบาลขั้นต่ำ ตามบทความวิชาการที่วิเคราะห์ตัวบท กฎกระทรวงปัจจุบันไม่กำหนดตัวเลข ข้อเสนอ 1 ต่อไม่เกิน 5 เป็นของผู้วิจัย
- พื้นที่ต่อเตียงขั้นต่ำตามกฎหมาย
- หลักสูตร 420 ชั่วโมงเป็นข้อบังคับหรือไม่ เป็นหลักสูตรกลางที่มีอยู่จริง แต่กฎกระทรวงตามบทความวิชาการกำหนดเพียงให้ผ่านการอบรมที่จำเป็น
- กฎการโฆษณาสำหรับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่พบละเอียดเป็นของสถานพยาบาล
ผู้ถือหุ้นต่างชาติและ BOI
ตามบทความของสำนักงานกฎหมายที่เราอ่าน นิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปถือเป็นต่างด้าวตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และธุรกิจนี้อาจต้องขออนุญาต ส่วนสิทธิ BOI ตามประกาศปี 2565 ที่บทความอ้างต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 มีเตียงค้างคืนอย่างน้อย 31 เตียง และลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาทไม่รวมที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากเป็นบทความรองและไม่ได้ดึงประกาศต้นฉบับ ต้องตรวจกับ BOI โดยตรง
เรื่องบุคลากรและต้นทุน
ILO คาดว่าไทยจะต้องการแรงงานดูแลที่บ้านเพิ่มเกิน 250,000 คนภายในปี 2580 ซึ่งเป็นการคาดการณ์เรื่องการดูแลที่บ้าน ไม่ใช่ศูนย์ดูแลโดยตรง เรายังไม่พบข้อมูลค่าจ้างที่เชื่อถือได้ จึงไม่ให้ตัวเลข วิธีที่ดีคือดูประกาศรับสมัครจริงในพื้นที่ของคุณ
ตลาดและความเสี่ยง
ttb analytics ประเมินมูลค่าตลาดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่จดทะเบียนราว 2.57 พันล้านบาทในปี 2566 และคาดการณ์ไว้สูงขึ้นมากในระยะยาว แต่ตัวเลขมาจากงบการเงินที่ยื่นไว้และเป็นการคาดการณ์ของผู้วิเคราะห์รายเดียว อัตราเข้าพักเฉลี่ยของนอร์ซิ่งโฮมที่พบคือร้อยละ 63.7 แต่ปีและนิยามไม่ชัด อย่าใช้เป็นสมมติฐานเดียวในแผนธุรกิจ ครอบครัวจำนวนมากมีกำลังจ่ายต่ำกว่าราคาของศูนย์ที่ได้มาตรฐาน และหลังข่าวเดือนตุลาคม 2569 การกำกับดูแลเข้มขึ้น
ขั้นต่อไปที่แนะนำ
- ติดต่อ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขอข้อกำหนดและขั้นตอนฉบับล่าสุด
- ปรึกษาทนายความเรื่องนิติบุคคล สัญญากับครอบครัว และความรับผิด
- ปรึกษานักบัญชีเรื่องภาษีและโครงสร้างต้นทุน
- สำรวจราคาและอัตราเข้าพักของศูนย์คู่แข่งในพื้นที่จริง
- ถ้าเปิดแล้ว ลงข้อมูลใบอนุญาตและราคาแบบโปร่งใสบน ThaiCareHub เพื่อให้ครอบครัวเปรียบเทียบได้
กำลังหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ?
ดูชื่อ ราคา และใบอนุญาตของทุกศูนย์แบบเปิด เทียบกันได้ และอ่านรีวิวจากครอบครัวจริง
ค้นหาศูนย์แหล่งข้อมูล
- ไทยโพสต์: กฎกระทรวงผู้ให้บริการ มีผล 27 ม.ค. 2564 ↗
- Legal500 / ILAWASIA: ผู้ถือหุ้นต่างชาติและ BOI ↗
- แนวหน้า: โทษตามกฎหมาย (ต.ค. 2569) ↗
- สบส.: ค่าธรรมเนียมและผู้ดำเนินการ (2563) ↗
- ธันยเศรษฐกิจ: ค่าธรรมเนียมรายปี (2564) ↗
- ttb analytics ผ่าน Marketeer: ขนาดตลาด (2566) ↗
- Nation Thailand: ILO คาดการณ์แรงงานดูแล ↗
- วารสารกฎหมาย (RJL): กฎกระทรวงไม่ระบุอัตราส่วนผู้ดูแล ↗